หวั่นไหว..

posted on 06 Jan 2009 14:53 by poon-wonderwoman

อากาศร้อนจัง...

อยากหนีไปอยู่ไกลๆ อยากไปทะเลเงียบๆสวยๆ

อยากไปเกาะ

เมืองไทยเป็นอะไร ปีวัวดุไปหรือเปล่า

สูญเสียตั้งกะต้นปี ...กลัวจะเสียศูนย์

สุขภาพใจเป็นอะไรรึเปล่าเรา ดูจะป้อแป้นะ

แล้วจะเป็นไปอีกนานแค่ไหนกันล่ะ

เฮ้อ..

เฮ้ออออ..

เฮ้ออออออออ..

.

.

.

.

"ขอโทษ"

จากหัวใจ

Happy Birthday

posted on 26 Dec 2008 14:26 by poon-wonderwoman

สั้นๆ..

ไปดูHBDมา รอบ 22.20 จันทร์ที่ผ่านมา โรงSF The Mall บางกะปิ

ไม่อยากจะมีอคติกะโรงเอสเอฟเลยนะ แต่ดูกี่ครั้งก็แบบว่า...เอ่อ..ห่วยอ่ะ พูดตรงๆ

เสียงภายนอกลอดเข้ามา(อย่างดัง)แบบที่เคยเจอ อันนั้นพอทน กลิ่นเหม็นอับในโรง (แถมด้วยกลิ่นเหม็นteenคนไหนก็ไม่รู้ เพราะจับteenใครดมก็ไม่ได้)ก็ยังไม่เท่าไหร่ ที่แย่คือดูๆไปจอสว่างวาบซะงั้นแหละ และกว่าพนง.เอสเอฟจะแก้ไขก็นานมาก(กกกก...) จนคนตัวยาวที่มาดูด้วยบ่นว่าอารมณ์ไม่ต่อเนื่องอ่ะ เซ็งเลย>~<

อุบัติเหตุ..ก็เข้าใจว่าไม่มีใครอยากให้เกิด จริงๆเรื่องแบบนี้คงเกิดกับทุกโรงน่ะนะ แต่ทำไม๊ทำไม พอดูที่โรงเจ้านี้ทีไร ดั๊นต้องเกิด"เซอร์ไพรซ์"ชวนไม่สบอารมณ์ซะเรื่อยไป หรือมันจะเหม็นขี้หน้าเราหว่า..

สำหรับหนังก็ไม่อยากจะสปอยล์มาก เห็นตามสื่อเยอะแล้ว แต่สำหรับเรา บอกตามตรงว่า.."ดี" กว่าที่คิดไว้

หนังดูลงตัวดีทุกอย่าง จังหวะในการเล่าเรื่องก็สุดยอด คุณอ๊อฟเก่งนะที่สามารถรวบรัดให้ครึ่งแรกของหนังเป็นเจ้าของเรื่องราวโรแมนซ์ได้อย่างที่เห็น เหมือนให้เวลาเท่านี้ก็สามารถเล่าได้อย่างเต็มที่ เต็มที่แบบที่ทำให้คนดูสามารถ"อิน"กับสิ่งที่ทั้งคู่ต้องเผชิญได้ในช่วงครึ่งหลัง นี่ถ้าปูมาไม่ดี ก็มีสิทธิกร่อยได้..

พอคนดูอินกับคาวมรักของตัวละครแล้ว วิบากกรรมที่ต้องเกิดจึงสร้างความสะเทือนใจให้คนดูมาก นี่ถ้าตัวอย่างหนังก่อนหน้านี้ ไม่เฉลยจุดหักเหออกมาซะก่อน หนังคงเป็นเจ้าของเรื่องราวที่ช็อคคนดูสุดๆ

คุณคงเดชเขียนบทดีนะ (แต่ไหงกำกับหนังตัวเอง...)จริงๆหนังได้ดีเพราะหลายๆส่วนอยู่ นอกจากบทที่เขียนออกมาดี การกำกับของคุณอ๊อฟก็เรียกได้ว่า คอหนังไทยไว้ใจได้แล้ว ตั้งแต่ Me Myself มาจนเรื่องนี้ก็เป็นบทพิสูจน์ได้ดีถึงความเป็นมืออาชีพในแบบเค้า

หนังเรื่องนี้เน้นคุณอนันดามากเลยช่วงครึ่งหลัง เราก็ว่าโอเคอยู่นะ แต่เราชอบเต็นในครึ่งแรกมากกว่า ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ซีนอารมณ์ก็ทำได้เยี่ยม แต่เราดันชอบซีนอารมณ์ของตัวละครแทน ในMe Myselfมากกว่าอ่ะ รู้สึกว่าอันนั้นอนันดาเล่นดีจังเลย

แต่จริงๆแล้ว..เราชอบคุณแอมมากกว่าใครเลยนะ

หันไปบอกคนตัวยาวที่นั่งข้างๆเลยว่า เออ ชอบ"แอ็คติ้ง"ของนางเอกเรื่องนี้จัง มันดู"พอดี"อ่ะ มันพอดีๆ ไม่ล้น ไม่มาก ไม่น้อย ไม่เป็นการแสดงเกินแต่ก็ไม่ได้ปล่อยธรรมชาติเกิน การเล่นเป็นธรรมชาติเกินบางทีก็ทำให้ดูน่ารำคาญนะ(ความคิดเห็นส่วนตัวค่ะ) นักแสดงที่ผ่านงานมาไม่กี่เรื่องแสดงได้ดีขนาดนี้ เราถือว่าดีมากนะ นักแสดงบางคนดูล้นๆไงไม่รู้ ดูพยายามอ่ะ บอกไม่ถูก คุณแอมเค้าไม่จัดว่าสวยนะ แต่ก็ชวนมอง พอชอบแอ็คติ้งเค้านะ ยิ่งชวนมองใหญ่เลย ทำไปทำมาก็..เหอๆๆ เภา(แอม)น่ารักจัง^^

..แต่ ไม่ชอบตอนจบ อย่างแรงเลยคับพี่น้อง...

เหมือนคุณตั้งใจเดิน100ก้าวนะ เดินมาโดยสวัสดิภาพด้วย กำลังเดินเพลินๆใกล้จะถึงจุดมุ่งหมายแล้ว แต่ดันสะดุดเอาก้าวที่99 แถมยังลื่นล้มหัวฟาดสลบไป3วันเลยอ่ะ..อย่างนั้นเลย

เห็นคุณอ๊อฟว่า เป็นการจบแบบปลายเปิด ค่ะ ปลายเปิดแบบบานปลายมากๆ จนวันนี้ก็ยังเถียงกะคนตัวยาวไม่เลิกเลยว่าสรุป ตายไม่ตายเนี่ย..ไอ้เราก็เถียงคอเป็นเอ็น ไอ้เค้าก็ส่ายหัวไม่ๆๆ

จริงๆจบแบบปลายเปิดมันก็ทดสอบจิตวิทยาดีเนาะ แต่คนยาวคนอ้วนก็เถียงกันจนจะจิตแตกแล้วล่ะค่ะ 555+

พีเอส.ดีที่หนังทำมาดีตลอด แม้ตอนจบจะไม่ถูกใจอย่างแรง แต่ก็ไม่ได้กลบจนทำให้หนังขี้เหร่ไปทั้งเรื่อง ยังไงๆก็ยังเห็นว่า Happy Birthday เป็นหนังไทยที่ควรค่าแก่การชมเรื่องหนึ่งค่ะ

นานาจิตตังเน้อ

เป็นแฟนนิยาย อ.วินิตาค่ะ

ติดแบรนด์"แก้วเก้า"และ"ว.วินิจฉัยกุล"มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ติดสำนวนการเขียน การใช้ภาษาที่เรียบง่ายแต่สวยสดของท่านจนอ่านนิยายของนักเขียนท่านอื่นแล้วไม่รู้สึกสนุกเท่า(อคติเนาะ) อ่านอย่างติดตามมาตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาวแล้วล่ะ (ช่วงนั้นนิยายตามเน็ตยังไม่ผุดเป็นดอกเห็ดอย่างเช่นทุกวันนี้)ความจริงก็เคยได้ลองอ่านผลงานของนักเขียนท่านอื่นๆอยู่บ้างค่ะ อย่างกิ่งฉัตรนี่ก็หลายเล่ม แต่วนไปวนมาก็ต้องกลับมาตายรังที่งานของอาจารย์เหมือนเดิม

จำได้ว่าเล่วแรกที่อ่านเลยก็คือ"แต่ปางก่อน"(ผลงานคลาสสิค)ช่วงนั้นอยู่ ม.2 อ่านแล้วก็แบบ..โห แต่งได้ไงอ่ะ คิดได้ไงพล็อตนี้ อ่านแล้วไมหนุกจังหว่า ภาษาดีจังเลย ..หลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ความประทับใจในการเขียนของอาจารย์ก็ไม่เคยลดลงเลยค่ะ

เคยเจอตัวเป็นๆของอาจารย์แค่ครั้งเดียว ที่งานสัปดาห์หนังสือนานมาแล้ว ซื้อ"ทางเทวดา"(นี่ก็สนุกมากกก..)ไปให้ท่านเซ็น ว้าว..ตื่นเต้น(อยู่คนเดียว^^")

"มาลัยลายคราม"เป็นเรื่องราวของผู้หญิง8คน ที่กำลังล่วงเข้าสู่วัยสนธยาของชีวิต(<อันนี้คำอ.ค่ะ)ต่างคนต่างเริ่มต้นชีวิตด้วยการเป็นเด็กหญิงตัวน้อยในโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่ง วันเวลาได้พัดพาชะตาชีวิตของทั้ง8คน ให้ลอยไปตามทางที่ตนเองเลือกเดิน บ้างขรุขระ บ้างราบเรียบ บ้างสุข บ้างทุกข์ ปะปนกันไป บ้างรวยเหลือล้น บ้างจนเหลือแสนกัดก้อนเกลือกิน บ้างพอใจกับสิ่งที่ตนเลือก บ้างพร่ำบ่นต่อโชคชะตาว่าไร้ความปราณี

มีบ้างที่หัวเราะจนน้ำตาเล็ด และแน่นอน มีบ้างที่สะเทือนใจจนน้ำตาไหล...

8ชีวิตดำเนินไป ผ่านเหตุการณ์มากมายที่ผันแปร บั้นปลายของแต่ละคนจึงต่างกันออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ

ความสนุกอยู่ตรงเรื่องราวความเข้มข้นของตัวละครหลักทั้ง8และตัวละครทั้งหลายนั่นล่ะค่ะ อ่านแล้วมันส์หยดตึ่ง และอ.ก็ไม่ลืมที่จะแฝงแง่คิดดีๆเกี่ยวกับการใช้ชีวิตเอาไว้ด้วย (ในแบบที่งานของอาจารย์มีทุกเรื่อง)

หนังสือเล่มนี้เพื่อนยัดเยียดให้อ่านค่ะ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะสนุกและมีคุณค่าขนาดนี้

หนังสือนิยายดีๆเอามาบอกต่อกันค่ะ